ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดร่วง 33.43 จุด ตามตลาดตปท

  สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (12 ก.ย. 59)–SET ปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1,411.85 จุด ลดลง 33.43 จุด (-2.31%) มูลค่าการซื้อขาย 53,983.22 ล้านบาท โดยดัชนีทำระดับปิดต่ำสุดรอบเกือบ 3 เดือน นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยวันนี้ร่วงแรงตามตลาดต่างประเทศ โดยตลาดภูมิภาค-ตลาดในยุโรปที่เทรดบ่ายนี้ต่างปรับตัวลงกันทั่วหน้า หลังกังวลว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.นี้ ส่งผลให้ Bond yield และ US Dollar ปรับตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดดมาตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา และส่งผลกระทบต่อตลาดเกิดใหม่ด้วย ส่วนทิศทางตลาดฯวันพรุ่งนี้ขึ้นอยู่กับคำพูดของ Lael Brainard หนึ่งในคณะกรรมการของเฟดที่มีสิทธิโหวตเสียง ที่จะออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับแนวโน้มดอกเบี้ยสหรัฐ ถ้าหากพูดแล้วมีมุมมองในเชิงที่เฟดควรจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็จะทำให้ตลาดฯปรับตัวลง แต่ออกมาในทางตรงกันข้ามก็ทำให้ตลาดฯผ่อนคลายได้ พร้อมให้แนวรับ 1,380 แนวต้าน 1,435 จุด

          ตลาดหลักทรัพย์ปิดตลาดช่วงบ่ายวันนี้ที่ระดับ 1,411.85 จุด ลดลง 33.43 จุด (-2.31%) มูลค่าการซื้อขาย 53,983.22 ล้านบาท
          การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบตลอดทั้งวัน โดยระหว่างวันดัชนีขยับขึ้นแตะจุดสูงสุดที่ระดับ 1,432.37 จุด ส่วนดัชนีจุดต่ำสุดของวันอยู่ที่ 1,410.87 จุด
          ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น 301 หลักทรัพย์ ลดลง 1,085 หลักทรัพย์ และไม่เปลี่ยนแปลง 143 หลักทรัพย์
          นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ทรีนีตี้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงแรง เป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดต่างประเทศ โดยตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชีย และตลาดในยุโรปที่เทรดบ่ายนี้ต่างปรับตัวลงกันทั่วหน้า โดยมีปัจจัยต่างประเทศที่เข้ามากระทบหลังประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาบอสตัน ได้ออกมาพูดในแนวโน้มที่หากเฟดคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำนานไป ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯร้อนแรงไปอาจเป็นอันตรายได้ ทำให้ตลาดฯกลับมากังวลว่าเฟดมีโอกาสที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.นี้ ส่งผลให้ Bond yield และ US Dollar ปรับตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดดมาตั้งแต่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา และส่งผลกระทบต่อตลาดเกิดใหม่ด้วย
          “ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดบ้านเราปรับตัวลง อันเนื่องมาจากปัจจัยในประเทศ ซึ่งสถาบันในประเทศต่างเทขายหุ้นออกมา ขณะที่นักลงทุนต่างชาติไม่ได้ขาย แต่นับตั้งแต่เกิด Brexit ต่างชาติก็ซื้อมาถึงราว 9 หมื่นล้านบาท มาวันนี้ตลาดฯปรับตัวลงอันเนื่องมาจากปัจจัยต่างประเทศ ดังนั้นจึงคาดว่านักลงทุนต่างชาติคงจะขายออกมาในวันนี้”นายณัฐชาต กล่าว
          แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (13 ก.ย.) นายณัฐชาต กล่าวว่า ให้ติดตามข้อมูลสำคัญจากสหรัฐฯในคืนนี้ จากคำพูดของ Lael Brainard หนึ่งในคณะกรรมการของเฟดที่มีสิทธิโหวตเสียง ถ้าพูดแล้วมีมุมมองในเชิงที่เฟดควรจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก็จะทำให้ตลาดฯปรับตัวลง แต่ถ้าพูดในทางตรงกันข้ามก็ทำให้ตลาดฯผ่อนคลายได้
          พร้อมให้แนวรับ 1,380 จุด ส่วนแนวต้าน 1,435 จุด
          ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่
          PTT    มูลค่าการซื้อขาย 3,548.37 ล้านบาท ปิดที่ 311.00 บาท ลดลง 14.00 บาท
          KBANK  มูลค่าการซื้อขาย 2,693.20 ล้านบาท ปิดที่ 180.00 บาท ลดลง  5.50 บาท
          SCC    มูลค่าการซื้อขาย 2,082.69 ล้านบาท ปิดที่ 516.00 บาท ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
          SCB    มูลค่าการซื้อขาย 1,948.84 ล้านบาท ปิดที่ 143.50 บาท ลดลง  2.00 บาท
          CPALL  มูลค่าการซื้อขาย 1,614.55 ล้านบาท ปิดที่  56.75 บาท ลดลง  0.75 บาท
–อินโฟเควสท์ โดย พรเพ็ญ ดวงเฉลิมวงศ์/วิลาวัลย์ โทร.02-2535000 อีเมล์: wilawan@infoquest.co.th–
READ  ทัวร์จีนวูบ50% หลังรัฐเอาจริงทัวร์ศูนย์เหรียญ

HOI>  โบรกฯ มองพรุ่งนี้ SET ยังผันผวนสูง ระบุยังไม่ใช่จังหวะเข้าไปช้อนซื้อ มองจุดรับ 1397 จุด
สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 12 กันยายน 2559)——– นายอดิศักดิ์ ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล นักกลยุทธ์การลงทุน บล.ธนชาต เปิดเผยว่า ประเมินดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยวันพรุ่งนี้ มีความผันผวนสูง โดยมองว่าขณะนี้ยังไม่ใช่จังหวะการเข้าไปช้อนซื้อ ขณะที่ภาพทางเทคนิคดัชนีฯ ปรับตัวลดลงต่ำหลุดแนวรับ 1440 จุดหลังมา โดยดัชนีฯ ปรับตัวลดลงมา 150 จุดอย่างรวดเร็ว ดังนั้นประเมินแนวรับที่ 1397 จุด ซึ่งหากหลุดแนวรับนี้ก็ยังไม่สามารถประเมินแนวรับถัดไปได้
ขณะที่ Statement จากธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) ล่าสุดที่ระบุถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ไม่เพียงแต่บอกว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่ยังเป็นการบ่งชี้ว่าเฟดจะมีการขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมนี้ ส่งผลให้นักลงทุนมีความกังวลว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำ จำกัดพอร์ตการลงทุน และWait and See รอประเมินสถานการณ์อีกครั้ง
อย่างไรก็ตามประเมินแนวรับที่ 1397 จุด และแนวต้านที่ 1437-1440 จุด
comment