ศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้เริ่มอ่านคำพิพากษาคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีแล้ว ท่ามผู้เข้าฟังเต็มห้องพิจารณาคดี ขณะที่บรรยากาศที่พรรคเพื่อไทย ริมถนนพระราม 4 ปรากฏว่าตั้งแต่ช่วงเช้ามีกองทัพสื่อมวลชนจำนวนมากมาจับจองพื้นที่
เพื่อรอรายงานสถานการณ์ความเคลื่อนไหวภายในพรรคหลังจากพรรคเพื่อไทยระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะวีดีโอลิงค์เข้ามาที่พรรคเป็นระย ๆ เริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น.ระหว่างการตัดสินคดี จนเต็มบริเวณพื้น ที่ห้องโถงชั้น 1 ของอาคารที่ทำการพรรค
โดยพรรคเพื่อไทยได้จัดเตรียมจอโปรเจคเตอร์ไว้ให้ติดตามสถานการณ์ไว้ 4 จุด แบ่งเป็นที่ห้องโถงชั้น 1 จำนวน 2 จุด และชั้น 4 เพื่อรองรับแกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทยและพรรคพลังประชาชน รอให้กำลังใจการตัดสินคดี
เบื้องต้นได้มีแกนนำพรรคเพื่อไทย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรค นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองหัวหน้าพรรคฯ และนายพีระพันธ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรมว.คลัง นายพิชัย นฤคพันธุ์ อดีตรมช.คลัง ทยอยเดินทางเข้าพรรคขึ้นไปรวมตัวกัน รวมทั้งมีบรรดาอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยและอดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประ ชาชน นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นายอดิศร เพียงเกษ อดีต รมช.เกษตรฯ นายชูศักดิ์ ศิรินิล อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในเวลา12.00 น.ที่บริเวณชั้น 4 ส่วนใหญ่สวมเสื้อแดงซึ่งพรรคจัดวอร์รูมไว้เพื่อวีดีโอลิงค์กับพ.ต.ท.ทักษิณด้วย
ขณะเดียวกันมีประชาชนคนเสื้อแดงทยอยเดินทางมาให้กำลังใจและเกาะติดสถานการณ์อย่างต่อเนื่องจับจองจนเต็มพื้นกว่า100 คน ที่ห้องโถงชั้น 1 อาคารที่ทำการพรรค
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีการนำแผ่นพับ 2 ชุด ๆ ละ 4 หน้า จำนวนปึกใหญ่ มาวางไว้ที่เคาน์เตอร์พรรคเพื่อไทยเพื่อแจกให้ประชาชนที่มาให้ติดตามสถานการณ์และรอให้กำลังใจ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยแผ่นแรกเป็นของกลุ่มผู้พิทักษ์ความยุติธรรม ใช้ชื่อว่ายึดอำนาจ ยึดทรัพย์ ทำลายหลักนิติธรรม นำประเทศสู่กลียุคซึ่งเนื้อหาสาระถึงความเป็นมาจากการทำรัฐประหารยึดอำนาจรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง จนนำไปสู่การยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ
ส่วนอีกแผ่นเป็นของกลุ่มผู้รักความยุติธรรมใช้ชื่อว่าที่มาที่ไป ทรัพย์สิน 7.6 หมื่นล้านบาท ความจริงที่คนไทยควรรู้เนื้อหาสาระข้อเท็จจริงที่มาที่ไปทรัพย์สินของพ.ต.ท.ทักษิณ โดยได้ระบุยืนยันว่ารวยก่อนทำงานงานการเมือง ไม่ใช่ทำงานการเมืองแล้วรวย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 12.10 น.นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช.ให้สัมภาษณ์ถึงการตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรขอให้คนเสื้อแดงตั้งหลักให้ดี เพราะทราบมาว่าจะมีการสร้างสถานการณ์ที่ศาลฎีกาภายหลังมีคำตัดสิน เนื่องจากเย็นวันที่ 25 ก.พ.เครือข่ายรัฐบาลโดยเฉพาะกลุ่มเสื้อน้ำเงินได้มีการระดมคนจากจังหวัดบุรีรัมย์และมหาสารคามเข้ามาที่กทม. เข้าใจว่าจะมาใส่เสื้อแดงเพื่อสร้างสถานการณ์ อาจเป็นรูปแบบการแสดงความไม่พอใจ ทุบข้าวของต่างๆ จึงอยากจะเตือนนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยว่า ถ้าพิสูจน์ได้ว่ามีความเกี่ยวข้องกับคนเสื้อน้ำเงิน พวกตนก็อาจจะไปชุมนุมที่กระทรวงมหาดไทยหรือที่บริษัทชิโนไทยก่อนก็ได้
ขอยืนยันว่าคนเสื้อแดงจะไม่เคลื่อนไหวไปที่ศาลหรือบริเวณใดๆทั้งสิ้น จะนัดชุมนุมในวันที่ 14 มี.ค.เพราะจะเป็นการชุมนุมโดยใช้สติ ไม่มีการใช้อารมณ์มาเจือปน วันนี้เท่าที่ดูท่าทีของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เหมือนจะรู้อะไรล่วงหน้า จึงให้ช่องหอยม่วงออกมาเคลื่อนไหวไม่หยุด ขอเตือนว่านายสาทิตย์เป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นเป้าหมายของคนเสื้อแดงด้วย
ทั้งนี้น่าสังเกตว่ากระบวนการต่างๆมีการเคลื่อนไหวช่วงนี้โดยเชื่อมโยงและโยงใยกับกระบวนการโค่นล้มอำนาจ 19 ก.ย.2549 ล็อคเป้าหมายทำลายพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งภายหลังคำตัดสินทุกคนก็จะทราบว่าใครเป็นใคร แต่ใครที่ฉ้อฉลจะต้องได้รับชะตากรรมยิ่งกว่าคนที่ถูกตัดสินคดีในวันนี้ และจะได้เห็นหน้าที่ชัดเจนของนอมินีคตส.ที่ใช้มารับค่าสินบนนำจับ
ตนได้คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณเมื่อเวลา 24.00 น.ของวันที่ 25 ก.พ. โดยพ.ต.ท.ทักษิณยังมีสุขภาพและใจแข็งแรง ยังคาดหวังต่อกระบวนการยุติธรรมของไทย ยืนยันว่ากำลังใจดีมาก ในส่วนแกนนำกลุ่มเสื้อแดงนั้น ไม่มีใครที่จะเดินทางไปดูไบ ยังปักหลักที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว ส่วนกรณีที่ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย ออกมาขอโทษตนหลังจากระบุว่าคนเสื้อแดงไม่มีทางจะนำคนเสื้อแดงขึ้นรถกระบะ 1 แสนคันเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯได้นั้น ต้องขอกราบขอบพระคุณและขอโทษร.ต.อ.เฉลิมด้วย ที่ผ่านมาเรารักใคร่กันดี ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาอะไร